สภาพอากาศประเทศไทยก่อปัญหาให้บ้านของเราได้ทุกฤดู ในฤดูร้อนที่แสงแดดแผดเผาทำให้สีบ้านซีดจาง ฤดูฝนพาน้ำมาพร้อมปัญหาเชื้อรา น้ำท่วมขัง ตะไคร่น้ำ สัตว์มีพิษหนีน้ำเข้าบ้าน ซึ่งก่ออันตรายให้แก่ผู้อาศัยในบ้าน ซึ่งปัญหาน้ำรั่วซึมหรือรอยแตกร้าวเหล่านี้เกิดได้แทบทุกที่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผนัง กำแพง กระเบื้อง กรอบประตูหน้าต่าง ฝ้าเพดาน
การแก้ไขปัญหารั่วซึมนั้น หากเลือกวัสดุอุดหรือยาแนวที่ไม่ถูกประเภท ก็อาจก่อปัญหาซ้ำร้ายยิ่งกว่าเดิม โดยวัสดุยาแนวนั้นมีหลากหลายประเภท
กาวยาแนวซิลิโคน
ซิลิโคนถูกนำมาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เป็นยาแนวที่มีความยืดหยุ่นสูงถึง 25% ทำมาจากวัสดุโพลิเมอร์ ยาแนวซิลิโคนนี้เป็นวัสดุกึ่งเหลวที่มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อรังสี UV จึงสามารถใช้ภายนอกอาคารได้ มีแรงยึดเกาะสูง และด้วยคุณสมบัติที่สามารถนำไปใช้ได้สารพัดประโยชน์
ยาแนวซิลิโคนนิยมใช้กันโดยทั่วไป แต่ยาแนวซิลิโคนนั้นไม่ได้เหมาะกับการปิดรอยต่อทุกประเภท ยาแนวซิลิโคนนั้นเหมาะกับการยาแนวรอยต่อระหว่างอลูมิเนียมกับกระจก โดยเฉพาะอาคารสูงที่มีการติดตั้งกระจกจำนวนมาก ยาแนวประเภทนี้ไม่สามารถทาสีทับได้ แต่มีหลากหลายสีให้เลือกใช้งาน เช่น สีใส ใช้กับงานกระจก สีขาว ใช้กับงานสุขภัณฑ์ และสีดำ ใช้กับพื้นผิวสีเข้ม อย่างท็อปเคาน์เตอร์แกรนิตในห้องครัว
ยาแนวซิลิโคนมี 2 ประเภท คือ ยาแนวซิลิโคนแบบมีกรด จะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ซึ่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยวเป็นสารระเหยที่ทำให้ยาแนวแห้งเร็วเหมาะกับงานปิดรอยต่อระหว่างกระจกกับส่วนยาแนวซิลิโคนแบบไม่มีกรด จะไม่มีกลิ่นเหม็น แห้งช้ากว่า และมีแรงยึดเกาะที่น้อยกว่า แต่จะมีความยืดหยุ่นที่มากกว่า พื้นผิวที่เหมาะกับการใช้งาน เช่น คอนกรีต ปูน อิฐ ไม้ เซรามิก และอะลูมิเนียม
กาวยาแนวประเภทพียู หรือโพลียูริเทน
PU เป็นวัสดุอุดรอยต่อที่เหมาะกับการเชื่อมรอยแตก รอยต่อของโครงสรร้างอาคาร แผ่นพรีคาสท์ คอนกรีต ปิดรอยต่อเมทัลชีท อุดรอยต่อกระเบื้องมุงหลังคา ใช้ยาแนวกระเบื้องเซรามิค หิน สุขภัณฑ์ เป็นต้น ข้อดีของพียูคือสามารถใช้ภายนอกอาคารได้เพราะทนต่อรังสี UV สามาถทาสีทับได้ มีความแข็งแรงทนทาน เหนียวมากกว่ายาแนวประเภทอื่น ฉีกขาดได้ยาก มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งคุณสมบัติและการใช้งานของกาวพียูโดยละเอียด ท่านติดตามได้ในบทความหน้าค่ะ

กาวยาแนวอะคริลิก
สำหรับกาวยาแนวที่เราจะมาพูดถึงในวันนี้คือยาแนวอะคริลิก ซึ่งเป็นเคมีกลุ่มไฮโดรคาร์บอน (คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน) เป็นประเภทกาวอะคริลิกที่ได้รับความนิยมเพราะสามารถใช้ได้กับหลากหลายวัสดุ
ยาแนวอะคริลิกเหมาะกับงานปิดรอยต่อ เพราะสามารถขัดแต่งผิวงานและทาสีทับได้อย่างสวยงาม เช่น ปิดรอยร้าวที่ผนัง ยาแนวเชื่อมรอยต่อกรอบประตู-หน้าต่างเข้ากับผนัง ยาแนวประเภทนี้สามารถใช้ได้กับทุกพื้นผิว และมีสีหลากหลายให้เลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัสดุนั้น ๆ ไม่ทิ้งคราบบนวัสดุที่มีรูพรุน แต่ไม่ทนต่อรังสี UV จึงไม่ควรใช้ภายนอกอาคาร เพราะอายุการใช้งานจะสั้น และไม่ควรใช้งานในที่เปียกชื้น

วันนี้พัมคินมีทริคการใช้งานกาวยาแนวอะคริลิกมาฝากกันค่ะ
เตรียมพื้นผิวโดยทำความสะอาดพื้นผิวที่ต้องการใช้ให้ แห้ง ไม่เปียกชิ้น ปราศจากฝุ่นและคราบน้ำมัน
ใส่หลอดกาวอะคริลิกลงไปในปืนยิง ดันปืนให้เนื้อกาวอะคริลิกออกมาอย่างสม่ำเสมอ
ปาดอะคริลิกส่วนเกินออก ทริคสำหรับการยาแนวกาวอะคริลิกให้เรียบเนียนและได้รูปสม่ำเสมอ ให้ใช้ตัวปาดจุ่มด้วยน้ำสบู่อ่อน ๆ
เมื่อเนื้ออะคริลิกแห้งแล้วสามารถตัดแต่งด้วยกรรไกรหรือมีดคัตเตอร์

แต่ละห้องของบ้านเราเหมาะกับแนวแบบไหน
ผนังนอกบ้านและอาคาร
พื้นที่ด้านนอกของบ้านและอาคารเป็นบริเวณที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศอันหลากหลาย ทั้งแดดและฝน หากจะเลือกใช้ยาแนวที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ในบริเวณนี้แนะนำว่าควรเลือกใช้กาวยาแนวที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยมาพร้อมคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อแสงแดดและฝนได้ดี
ห้องนั่งเล่น/ ห้องรับแขก
กระเบื้องที่ใช้สำหรับตกแต่งภายในพื้นที่บริเวณนี้จะนิยมใช้กระเบื้องแกรนิตโต้ หรือกระเบื้องเซรามิกเป็นหลัก เพราะสามารถมอบความสวยงามให้กับพื้นที่ภายในบ้านได้ดี โดยควรเลือกใช้กาวยาแนวที่สามารถไหลไปตามแนวร่องกระเบื้องได้อย่างทั่วถึง และควรเป็นยาแนวที่มาพร้อมคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเกิดราดำรวมถึงแบคทีเรียได้ดี
